ตลาดซื้อขาย ทางสัตวแพทย์ชมรมผู้บรีหารสถานพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์เสวนาคลินิกออนไลน์จัดหางานสำหรับสัตวแพทย์ Home Contact Us About Us
WebBoard
สัตวแพทยสมาคม
ส.ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก
ส.สัตวแพทยผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย
คณะสัตวแพทย์
ม.มหานคร
ม.ขอนแก่น
ม เกษตรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์
ม.เชียงใหม่
ม.เวสเทิร์น
ม.มหิดล
เวปไซน์ สัตวแพทย์
รพส กัลปพฤกษ์
รพส เนินพลับหวาน
รพส สุราษฎร์ธานี
รพส นครศรีธรรมราช
บล๊อค หมออิทธิเดช
อิทธิเดชสัตวแพทย์
รพส อุดรแอร์พอร์ท
สัตวแพทย์เสวนา
ตั้งคำถามหรือกระทู้ใหม่ที่นี่
มรรค 8 ทางสายกลาง ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
(Reader : 18464)
1. สัมมาทิฏฐิ
คือ ปัญญาเห็นชอบ มีศรัทธาที่ถูกทาง คือการมีความเห็นไม่ผิด เป็นมูลฐานที่ต้องถึงก่อนมรรคอื่น เป็นเหมือนประตูแรกที่เปิดเข้าสู่แหล่งปรารถนา โลกนี้มีลักษณะเหมือนคุกมืด ผู้อาศัยอยู่ในโลกมีภาวะเหมือนนักโทษในคุกนั้น ภายในคุกนั้นมีแต่ความมืด ไม่มีแสงสว่างส่องเข้าไป นักโทษไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ นักโทษนั้นไม่ใช่เพียงเป็นผู้บอดอยู่ในความมืดสิ้นกาลนานเท่านั้น ในขณะบอดนั้น ยังเป็นผู้สงสัยว่า ไม่มีทางรู้ว่าสิ่งใดอยู่ในที่ใด การจะยังความสว่างให้เกิดขึ้นท่ามกลางความมืดนั้น ก็มีอยู่แก่ใจของนักโทษนั้นๆ อย่างเดียว ใจเป็นเครื่องมืออันเดียวจะช่วยให้เห็นความสว่างภายในคุกมืดได้ทุกประการ นักโทษยังไม่หมดหวังที่จะได้พบแสงสว่างภายในคุกมืดได้ฉันใด บุคคลทั้งหลายย่อมมีภาวะเช่นเดียวกัน ใจของเขาเองจะเป็นเครื่องมือทำลายความมืดที่เขามีอยู่ได้ ความมืดเหล่านี้เรียกว่าอวิชชา ความสว่างที่เป็นเครื่องมือทำลายความมืดเรียกว่า ปัญญา นักโทษภายในคุกมืดก็ดีบุคคลผู้ที่ติดอยู่ในเรือนแห่งชีวิตของตนก็ดี ต้องฝึกใจตนพิจารณาเหตุผลให้ถูกทาง การพิจารณาไม่ถูกทาง ความมืดจะคงอยู่ไม่สูญหาย ชีวิตจะบอด จะหมดอิสระ หากความเห็นถูกเกิดขึ้น ศรัทธาถูกก็จะเกิดตามและในเวลานั้นความมืดในคุกมืดก็จางหาย กลายเป็นแสงสว่าง บุคคลที่รับโทษติดอยู่ในคุกอันมืดแสนมืดแต่วางความคิดตามเหตุผลที่ถูกทาง ความสว่างคือปัญญาจะเกิดขึ้นทำลายอวิชชา คือความไม่รู้ความจริง ไม่รับรู้ความจริงแห่งทุกข์ เสียได้ด้วยประการนี้ สัมมาทิฐิจะเกิดได้ด้วยการละทิ้งเสียซึ่งศรัทธาต่อโอวาทใดๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้ตามความจริง สัมมาทิฐิ คือการวางใจให้เป็นอิสระ วางความคิดให้หมดข้อผูกพันกับสิ่งใด
Posted by : หมอนพอุดรวัน/เวลา : 27/8/2552 17:05:08
2. สัมมาสังกัปปะ
คือ ดำริชอบ คือการดำริเพื่อผลอันชอบ ทุกคนมีความมุ่งหมาย มีความใฝ่ฝันเพื่อให้ได้มีได้เป็นในผลต่างๆกัน แต่ต้องมีความหมายเพื่อผลอันชอบ ผลอันชอบนั้น คือผลที่เกิดขึ้นไม่ทำลายประโยชน์ของตนและไม่ทำลายประโยชน์ของผู้อื่น
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:05:46
3. สัมมาวาจา
คือ เจรจาชอบ คือการปราศรัยถูกทาง ได้แก่พูดแต่สิ่งที่เป็นจริง ไม่พูดให้ร้ายส่อเสียดใคร เว้นจากการพูดดูหมิ่นผู้ใด ไม่พูดด้วยความโกรธ ไม่ใช้วาจาบิดเบือนให้เข้าใจผิด พูดด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยเมตตากรุณา พูดให้มีจุดหมาย ไม่พูดด้วยความเขลา

Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:06:25
4. สัมมากัมมันตะ
คือ ทำการงานชอบ ได้แก่การทำการงานถูกทางให้งานทำงานนั้นเป็นไปเพื่อความสามัคคี ไห้เป็นไปตามแบบแผนอันถูกทาง

เว้นจากการฆ่าสัตว์
เว้นจากการลักขโมย ฉ้อโกง
เว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:48:36
สัมมาอาชีวะ
คือ เลี้ยงชีพชอบ คือการดำเนินอาชีพถูกทาง บุคคลทุกคนต้องเลี้ยงอาชีพเพื่อให้เป็นอยู่ได้ อาชีพแต่ละอย่างมีทั้งดีและชั่วเลือกกระทำแต่สิ่งไม่เดือดร้อนต่อผู้อื่นและเดือดร้อนตน
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:49:29
6. สัมมาวายามะ
คือ เพียรชอบ ได้แก่ ความพยายามถูกต้อง รากฐานของความพยายามเบื้องแรก คืออย่าพยายามทำอะไรไปด้วยความไม่รู้จริง ละจากความไม่รู้เสียแล้ว จึงลงมือพยายามทำงาน ความพยายามนั้น จะไม่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน และความไม่ยุติธรรมแก่ผู้ใด

เพียร อย่าให้ความชั่วที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น
เพียร เลิกความชั่วที่มี ที่เกิดขึ้นแล้วเสีย
เพียร ทำความดีงามที่ยังไม่เคยทำไม่เคยมีให้เกิดขึ้น

เพียร รักษาความดีไว้ และทำให้ดี ยิ่งๆขึ้น
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:52:45
7. สัมมาสติ
คือ ระลึกชอบ ได้แก่การมีสติระลึกอยู่เป็นนิจว่า เราจะกระทำอะไร และกำลังทำอะไรอยู่ ไม่เป็นคนเผลอ การไม่เผลอการรู้ตัวอยู่เป็นนิจเป็นทางให้หลีกได้จากการกระทำความชั่ว
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:53:27
8. สัมมาสมาธิ
คือ ตั้งใจชอบ คือ ความตั้งใจมั่นโดยถูกทาง เป็นยอดแห่งมรรคทั้งหลาย ด้วยว่าการวางสมาธิ คือ การทำใจให้นิ่งอยู่ได้ จะยังประโยชน์ให้สำเร็จทุกเมื่อ

คำว่าสมาธิ กับคำว่าสัมมาสมาธิ ผิดกัน สมาธิได้แก่ถือเอาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง ทำให้แน่วแน่อยู่ในอารมณ์นั้น ถ้าจิตจับที่เรื่องร้ายมาเป็นอารมณ์แน่วแน่อยู่ในเรื่องนั้น สมาธินั้น เป็นสมาธิไม่ชอบไม่ถูกตามธรรม ส่วนคำสัมมาสมาธิหมายถึงการยึดเรื่องดีมาเป็นอารมณ์แน่วแน่อยู่ในเรื่องที่เป็นกุศล สมาธินั้นจึงจะยังประโยชน์ให้สำเร็จ
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:55:15
อริยมรรค 8 คือหนทางแห่งการดำรงชีวิตอย่างรู้แจ้ง มีสติเป็นพี้นฐานด้วยการฝึกสติสามารถพัฒนาสมาธิจิตซึ่งจะช่วยให้บรรลุถึงปัญญา เพราะสัมมาสมาธิจึงสามารถบรรลุถึงสัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ และสัมมาวายามะ ปัญญาความเข้าใจซึ่งพัฒนาขึ้นนั้นสามารถปลดปล่อยตัวเราให้เป็นอิสระจากห่วงทุกห่วงทุกข์และก่อให้เกิดความสงบ ความเบิกบานอย่างแท้จริง
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :27/8/2552 17:56:24
ผมยอมรับ ว่า ลืมวิชา พุทธศาสนา ไปแล้ว

ยังดี ที่ยังจำได้ ว่าเคยเรียน เรื่องนี้


แต่ก็ไม่เคยเข้าใจเลย ตอนเรียน จำได้ ว่า ครูมีแต่ให้ ท่องอย่างเดียว

แต่พอมาทำงาน แล้วกลับไปอ่านดุ ก็มีประโยชน์ เหมือนกัน

Posted by :เราก็หมอจากลูกชาวนา
วัน/เวลา :27/8/2552 21:14:24
ในความเห็นของผมเองแล้ว เห็นว่าปัจจุบันคนเรา ทำตามอย่าง มรรค๘ นี้ได้น้อยมาก ถึงกับละเลยด้วยซ้ำไป ดังจะเห็ได้จากการพุดจาให้ร้ายกัน ประชดประชัน เสียดสีถากถางกัน จนเห็นเป็นเรื่องปกติกันในสังคม แม้การกระทำต่างๆ ก็ทำเพื่อความต้องการของตัวเอง ของพวกพ้อง มากกว่าที่จะเห็นแกสังคมส่วนรวม เดี๋ยวนี้กระแสสังคมมันไปอย่างนั้น แล้วมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องจริงหรือ หรือเราจะต้องไหลไปตามกระแสสังคมนั้นไป

ถ้ามีเวลา ก็อยากให้พวกเราให้เวลากับตัวเองมากขึ้นนะครับ ลองให้เวลาเพื่อศึกษาพระธรรมของพระพุทธองค์เพิ่มขึ้น หรือ ตามแต่ละคำสอนของศาสดาของศาสนาของตนให้ดี ให้ถ่องแท้ บางทีเราอาจจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น และ กล้าพอที่จะทวนกระแสสังคมบ้างบางอย่าง หรือ กล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ก่อนที่จะถูกกระแสสังคมที่หลงผิดให้พาไปเห็นผิดเป็นชอบไป แล้วเมื่อนั้นสังคมจะเยียวยาแก้ไขได้ยาก ตอนนี้มันไหลไปมากแล้วเหลือเกิน จนน่าห่วง น่าห่วงว่าการใช้ชีวิตที่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันตามกระแสวัตถุนิยม จะทำลายล้างมนุษย์กันเอง

ลองดูนะครับ ลองให้เวลากับตัวเองซักแค่เดือนละหนึ่งวัน แค่นั้นเอง แล้วจะรู้ และ เข้าใจ ได้ว่าควรดำเนินชีวิตยังไง โดยยังคงเป็นไปตามปกตินี่หล่ะครับ แต่จะมีความมั่นใจและรู้เป้าหมายในชีวิตของตัวเองมากขึ้น
Posted by :นพอุดร
วัน/เวลา :29/8/2552 17:34:34
ดีคับ!!
ธรรมะจรรโลงใจ..
แต่สำหรับผมแค่ศีล 5 ยังลำบากเลยคับ แต่ก็พยายามลดๆลงอยู่
ทุกวันนี้รักษาไม่ได้เกือบทุกข้อเลย แต่ก็ลดๆลงด้วยเจตนาคับ เพราะเราไม่ตั้งใจ หรือตั้งใจในบางอย่างแต่ก็ครั้งคราว ก็พยายามลดๆ ก็รู้สึกดีอยู่ว่าความคิดในแง่ดีเริ่มมากขึ้น แล้วทำให้ใจเราผ่องแผ่วขึ้นมาก รู้จักปลง และพอเพียง รู้จักความพอดี ที่ไม่ทำให้ชีวิตเราต้องดิ้นรนจนเกินไป ความสุขก็เริ่มมาเยือน สัจธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยๆก็เริ่มเข้ามา เดินตามพ่อหลวงไม่มีผิดหวังแน่นอนคับ!!
Posted by :ตลกธรรมมะ
วัน/เวลา :29/8/2552 18:29:53
ดีครับ นั่นก็ถือว่าทำตามมรรคแปด ข้อ ความพยายามชอบแล้วครับ คุณหมอ ท่านบอกว่า ความพยายามชอบ ให้ทำอย่างนี้ครับ

เพียร อย่าให้ความชั่วที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น
เพียร เลิกความชั่วที่มี ที่เกิดขึ้นแล้วเสีย
เพียร ทำความดีงามที่ยังไม่เคยทำไม่เคยมีให้เกิดขึ้น

เพียร รักษาความดีไว้ และทำให้ดี ยิ่งๆขึ้น


จริงๆแล้ว ทุกๆ ครั้งที่เราคิดดี พูดดี ทำดี ก็นับว่าดีแล้วหล่ะครับ
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :29/8/2552 18:36:19
มีคำถาม มาให้ คิด สมมุติ เพื่อนของท่านคนหนึ่ง ฆ่าคนตาย และท่านรู้เรื่องนี้ แต่เพื่อนบอกให้เก็บเป็น ความลับ ท่านก็ รับปาก

ผ่านไป สอง ปี ตำรวจ จบคนร้ายได้ แต่เขาเป็น แพะ รับบาป กำลังจะจำคุก ท่านรู้เรื่องนี้ ท่านจะทำยังไง

จะรักษาสัญญา ที่มีต่อเพื่อน หรือ จะ ไป ช่วย แพะ คนนั้น

ช่วยแสดงความคิดเห็นที
Posted by :เราก็หมอจากลูกชาวนา
วัน/เวลา :29/8/2552 19:24:38
ถามได้น่าลำบากใจมากเลยครับ

ผมคิดว่า ถ้าตำรวจจับได้ก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนเค้าอาจจะแค่เอาไปสอบปากคำก็ได้ แล้วผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อสู้คดีครับ ถ้ามีการสืบพยานแล้วให้เราเป็นพยาน เราก็ต้องพูดตามความจริงครับ การที่รับปากเพื่อนไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องพูดความจริง เราเห็นอย่างไรเราก็ว่าตามนั้น ส่วนการสืบพยานหรือสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นตามนั้น

จริงไหมครับ คุณหมอจากลูกชาวนา
Posted by :หมอน้อง มหาชัย
วัน/เวลา :29/8/2552 19:55:23
กำลังติดคุก นี่หมายความว่า เขาโดน ตัดสิน ไปแล้ว เนื่องจาก หลักฐาน มีจำนวนหนึ่งที่พอ มัด ตัวได้

แล้ว ท่าน มี ภาพถ่ายหลักฐานเด็ด ว่า เพื่อนท่าน เป็น คนทำอ่ะครับ

เอาอย่างโทย์ นี้เลยครับ
Posted by :เราก็หมอจากลูกชาวนา
วัน/เวลา :29/8/2552 20:09:53
ถ้าความจริงเป็นเช่นนั้น

ผมว่าไม่ต้องคิดเลยครับ ต้องช่วยคนที่เป็นแพะอยู่แล้ว คนตายก็ตายไปแล้ว ช่วยคนยังอยู่ดีกว่าครับ และ คนที่ยังอยู่ก็ไม่ใช่คนทำ จึงไม่ควรจะต้องมารับกรรมที่ไม่ได้ก่อในเรื่องนี้ครับ

ส่วนเรื่องที่รับปากเพื่อนไว้ แม้ต้องผิดคำไป แต่ที่ต้องเปิดเผยเพราะต้องการช่วยคน ซึ่งต้องมารับกรรมจากการกระทำของเขาเอง เพื่อนเราจะมีบาปติดตัวไปด้วยนะคับ และเพื่อนเราก็คงไม่ต้องการให้การกระทำของเขาต้องมาทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรอกว่ามั๊ยครับ
Posted by :หมอนพอุดร
วัน/เวลา :29/8/2552 23:50:48
ถูก!!
ไม่งั้นก็จะเป็นตราบาปในชีวิตเราไปตลอดชีวิต..
คนเราไม่กลัวฟ้าไม่อายดิน...
ไม่ผิดต่อคนอื่นแลเมตตาผู้ยากไร้...
ก็นับว่าประเสริฐยิ่ง..ผมคิดอย่างนั้นนะ
Posted by :ตลกตราบาป
วัน/เวลา :30/8/2552 11:10:28
ทำในสิ่งที่ถูกครับ ต้องช่วยครับ

แต่ทำไมเรารู้ได้ล่ะครับว่าเค้าจับในคดีที่เพื่อนเราทำ

ถ้ารู้ทำไมเราไม่ไปช่วยก่อนหน้านี้ล่ะครับ
Posted by :หมอน้อง มหาชัย
วัน/เวลา :30/8/2552 13:32:34
ขอบคุงก่ะ
Posted by :วิว
วัน/เวลา :5/7/2553 19:02:29
งง! มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจ่ะ
Posted by :ตูด
วัน/เวลา :5/7/2553 19:03:44
Page : 12
[ next>> ]  [ Last ]  
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมปศุสัตว์
สัตวแพทยสภา

 
eXTReMe Tracker
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
thaivet.org