ตลาดซื้อขาย ทางสัตวแพทย์ชมรมผู้บรีหารสถานพยาบาลสัตว์สัตวแพทย์เสวนาคลินิกออนไลน์จัดหางานสำหรับสัตวแพทย์ Home Contact Us About Us
WebBoard
สัตวแพทยสมาคม
ส.ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีก
ส.สัตวแพทยผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย
คณะสัตวแพทย์
ม.มหานคร
ม.ขอนแก่น
ม เกษตรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์
ม.เชียงใหม่
ม.เวสเทิร์น
ม.มหิดล
เวปไซน์ สัตวแพทย์
รพส กัลปพฤกษ์
รพส เนินพลับหวาน
รพส สุราษฎร์ธานี
รพส นครศรีธรรมราช
บล๊อค หมออิทธิเดช
อิทธิเดชสัตวแพทย์
รพส อุดรแอร์พอร์ท
สัตวแพทย์เสวนา
ตั้งคำถามหรือกระทู้ใหม่ที่นี่
น้องใหม่เพิ่งจบอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่กันจ๊ะ
(Reader : 5160)
อยากถามน้องใหม่เดี๋ยวนี้ว่าน้องคิดว่าน้องอยากได้อะไรเมื่อจบสัตวแพทย์ 6 ปีมาแล้ว อยากฟังน้องว่าน้องต้องการอะไรบ้าง พี่ ๆ เจ้าของกิจการจะได้เอากลับไปคิดว่าต้องปรับอะไรให้อยู่ที่ต้องกลาง สวัสดิการอะไรที่ต้องการ อยากให้เสนอสำหรับงานในคลินิกสัตวแพทย์ และ โรงพยาบาลสัตว์ อยากทำงานกี่วัน
อยากรับผิดชอบอะไรบ้าง วันหยุด ฯลฯ
Posted by : เจ้าของรุ่นพี่วัน/เวลา : 15/9/2551 12:17:08
ผมคิดว่าเงินเดือนน่าจะ18000แล้วเท่าไรเท่านั้น ผมเคยเจอพอเคสดรอปก็บอกว่าพี่คงให้น้องไม่ได้ลดเหลือ14000 แล้วใจกว้างหน่อยอย่างผมไปอยู่ต่างจังหวัด น่าจะให้มาสายได้นิดหน่อยเข้าใจว่าต้องตรงเวลาเเต่ก็นะ แล้วการเทรนน้องใหม่ควรมี ตำรับตำราก็ให้ยืมxeroxบ้างอย่าหวงไม่เอาไปหรอก เพราะรู้ว่าหักหารน้ำใจกัน ขอแค่เนี่ยครับพี่ๆ
Posted by :ปอนด์
วัน/เวลา :2/10/2551 17:38:36
เห็นด้วยครับที่เงินเดือนน่าจะ 18000 ขึ้น แต่อย่างว่าในความเป็นจริงสายงานเราหลักๆมันเป็นงานเอกชนซึ่งบางทีก็อาจทำให้มีการปรับตามสภาพเศรษฐกิจ ในจุดนี้ซึ่งผมทำงานมาเกือบ 2 ปีเข้าใจดี แต่ก็ทำให้เห็นในระยะยาวว่าอนาคตมันขาลอยดูไม่ค่อยมั่นคง ส่วนในเรื่องชั่วโมงทำงานเท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็ประมาณ 10-12 ชั่วโมง คิดว่าถ้าวันละ 10 ชั่วโมงก็น่าจะหยุด 1 วันแต่ถ้า 12 ชั่วโมงน่าจะหยุด 2 วัน เป็นไปได้ก็อยากให้ไม่เกินวันละ 10 ชั่วโมง เพราะดูแล้วคุณภาพชีวิตสัตวแพทย์ไทยไม่ค่อยดีเท่าไร อย่างผมดูแล้วขืนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ 40 ก็คงม่องแล้ว ขอบคุณครับสำหรับกระทู้
Posted by :spider man
วัน/เวลา :21/10/2551 19:14:01
เริ่มต้นที่18000ก็ดีครับ แต่ชั่วโมงการทำงานผมว่า10ชั่วโมงก็มากไปแล้วเกินที่กฏหมายแรงงานกำหนดไว้อีก ส่วนวันหยุดต่อสัปดาห์อาจเป็น1-2วันครับ และในส่วนวันหยุดราชการควรมีot 2เท่าขึ้นไปน่าจะดี แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ผูประกอบการช่วยกันร่างโครงสร้างรายได้ของหมอ รวมถึงสวัสดิการครับเพราะทุกวันนี้ผมว่านายจ้างเองเอาเปรียบค่อนข้างมาก ถ้ายังทำกันไม่ได้หมอรุ่นใหม่ก็ออกไปเปดคลินิกเองกันเกลื่อน คุณภาพการตรวจรักษามักก็จะแย่ลงไปอีกเยอะ
Posted by :ผ่านมา
วัน/เวลา :10/11/2551 12:12:12
น่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ตามจำนวน case ไปนะ วันไหนที่หมองานหนักหน่อยก็ได้เยอะหน่อย ไม่ใช่แค่เจ้าของที่รวยอยู่คนเดียว
Posted by :หมอน้อย
วัน/เวลา :14/11/2551 22:46:16
ให้เงินน้อย ก็ไปเปิดคลินิกกันเองมาก ก็แบ่งๆกันไปเองแล้วกันนะ ช่วยไม่ได้รุ่นพี่ๆอยากงกกันเอง รู้จักหรือเปล่าธุรกิจพวกคุณมี entry barrier ต่ำมากๆ มีเงินไม่ถึง 5 แสนก็เปล่าคลินิกกันเองได้แล้ว มีทางเดียวครับ แบ่งน้องเค้าเยอะๆจะได้ไม่คิดไปเปิดเอง ให้ทำเหมือนเค้าเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่ขี้ข้าเงินเดือนต่ำ บอกตามตรงผมจบวิศวะคอม MBA ปัจจุบันเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดธุรกิจแข่งจากรุ่นลูกๆ ต้องให้start ที่ 20,000 ทำงาน 5 วัน เบี้ยเลี้ยงกับ OT ต่างหาก กลับดึกมีค่ารถให้ แถมอาหารเย็น มันไม่เงหรอกครับธุรกิจ ถ้าตลาดมากพอ คู่แข่งจำกัด อ๋อลูกผมจบ สพบ. ปีนี้ล่ะ ไม่น่าเลยลูก มาอยู่ในวงการที่มีรุ่นพี่จิตใจคับแคบ
Posted by :ไม่ใช่หมอ
วัน/เวลา :15/11/2551 9:54:11
.

วงการวิชาชีพด้านสุขภาพหรือทำงานเพื่อสังคมนั้น
วัตถุประสงค์หลัก เราจะเน้นด้านคุณธรรมมากกว่าเงินตรา
หมายถึง พวกเราเป็นนักอนุรักษ์นิยม โดยมิได้คำนึงถึงด้านวัตถุนิยม

จนกระทั่ง . . . . .
มีนักปกครองรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านเสรีนิยมโลก เข้ามาในวงจร

ทุกวันนี้ ผู้ประกอบการจึงมีอยู่ 2 ประเภท
1. จิตวิญญาณความเป็นวิชาชีพ ที่มุ่งแต่ความมีเมตตากรุณาต่อผู้เจ็บป่วยยากไร้
ซึ่งกลุ่มนี้มีมากมาย แต่กำลังค่อยๆถูกกระแสโลกเด็กรุ่นใหม่ผลักให้ตกลงไป
2. จิตใจความเป็นนักธุรกิจ ที่มุ่งหวังประโยชน์จากลูกค้ามาเป็นประโยชน์ตนเอง
ซึ่งกลุ่มนี้ ทำงานในลักษณะเดียวกับสังคมธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป โดยอาศัยผลประกอบการเป็นตัววัด

ดังนั้น ตามโจทย์ที่ตั้ง เด็กที่มีความต้องการเป็นมนุษย์เงินเดือนเพื่อความอยู่รอด ด็ต้องไปในทางที่สอง

เพียงแต่เสียดายในอุดมการณ์ที่คุณเอง เคยตั้งไว้ในใจ เมื่อตอนแรกเข้ามาเรียน

เราเป็นสัตวแพทย์เพื่อเงิน หรือเพื่อสิ่งใด . . . .

.
Posted by :สุชีพ
วัน/เวลา :15/11/2551 13:14:31
.

การดำเนินธุรกิจสัตวแพทย์ จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงอุดมการณ์ในใจควบคู่ไปด้วย

ลูกน้องก็ต้องเข้าใจถึงสถานะธุรกิจ ว่าเราเป็น SME (จริงๆ มันแค่ S หรือ SS คือ supersmall)
ไม่ใช่เป็นบริษัทหมาชนในตลาดหลักทรัพย์แต่ประการใด
ผลประกอบการที่ประสบความสำเร็จ มีไม่กี่รายหรอกที่สามารถซื้อเบนซ์ซื้อบีเอ็ม
ในขณะที่ธุรกิจกลุ่มอื่น เขาขี่เฟอรารีหรือพอร์ช

ยังไง ความเข้าใจในสถานะระหว่างกัน รุ่นพี่กับรุ่นน้อง น่าจะเป็นตัวช่วยประสาน
ที่สำคัญ รายได้แต่ละแห่ง ก็รู้ๆ กันอยู่น่ะ ว่าปีนี้ปีหน้า จะเหลือรอดสักกี่ราย

.
Posted by :สุชีพ
วัน/เวลา :15/11/2551 19:22:39
ใครอยากเปิดตอนนี้ ต้อง เงินหนาจริงๆ คิดใหม่ด่วน
Posted by :boy
วัน/เวลา :24/11/2551 12:26:15
ชัดเจนเปลี่ยน
Posted by :as
วัน/เวลา :24/11/2551 13:52:47
เหนื่อยๆๆ
Posted by :มิ้งๆ
วัน/เวลา :15/12/2551 13:11:40
ผมเห็นด้วยกับพี่วิศวะครับ

ทำไมจิตใจคับแคบอย่างนี้

ผมว่าน่าจะสอนวิชามนุษย์กับวิชาธุรกิจ ว่าเขาคิดกันยังไงลงไปในบทเรียนนะเนี้ย

เฮ้อ แต่ไม่ทันแล้ว

เพราะเดี๋ยวก็จะว่าน้องๆรุ่นใหม่ไม่ทนอีก

ใจกว้างและมีน้ำใจน่าจะช่วยให้วงการเราน่าอยู่ขึ้นครับ

ขอบคุณครับ
Posted by :หมอมือใหม่
วัน/เวลา :2/1/2552 3:34:47
ผมเป็นคนนึงที่เห็นด้วยว่านายจ้างมักเอาเปรียบหมอๆ ผมอยากให้หมอหลายๆคนช่วยร่างนโยบายเพื่อให้สัตวแพทยสภาออกข้อกำหนดดีกว่าครับเพื่อจะได้มีแบบร่างที่แน่นอน ไม่เอาเปรียบกันทั้งสองฝ่ายครับ โดยปรับเปลี่ยนกับกฎหมายแรงงานครับ
Posted by :หมออีกคน
วัน/เวลา :5/1/2552 11:29:22
คนเราก็เป็นอย่างนี้ทุกวงการและครับ ลูกจ้างก็ว่านายจ้างเอาเปรียบ นายจ้างก็ว่าลูกจ้างทำงานไม่เต็มที่ไม่คุ้มเงินเดือนที่จ้าง คนเรายืนอยู่คนละจุดครับทำให้มองต่างมุม ผมกับคิดว่าถ้าเราอยู่ที่ไหนแล้วสะบายใจ ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจก็อยู่กันต่อไปครับแต่ถ้าอยู่ไปแล้วไม่สบายใจก็หาที่ใหม่ก็เท่านั้นเอง คนเราถ้าดีและเก่งจริงไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนทำอะไรใคร ๆ ก็ต้องการตัวทั้งนั้น แต่ถ้าเราทำตัวไม่ดีก็คงไม่มีใครอยากเอาไปอยู่ด้วยหลอกครับ
Posted by :คนนอกวงการสัตวแพทย์
วัน/เวลา :5/1/2552 11:42:15
อะไรกันครับ โวยวายเรื่องเงินเดือนกันอยู่ได้ รายได้ที่มาก ก็มาตามความสามารถที่ทำกำไรให้กิจการได้นั่นแหละครับ คุณถามตัวเองหรือยัง ว่าคุณเป็น profit หรือ cost centre ครับ ถ้าคุณเป็น profit ก็ต้องถามต่ออีกว่า คุณทำได้เท่าไหร่

มันก็เหมือนจบแล้วไปทำบริษัทแหละครับ เงินเดือนและค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ก็ต้องตอบแทนเค้าด้วย ยอดขั้นต่ำ รายได้ที่มากขึ้น ก็มาจากยอดที่มากกว่าเป้าขั้นต่ำไปเรื่อยๆ

คุณอยากได้รายได้สูงๆ ก็ต้องทำให้เห็นเยอะๆครับ ก็เท่านั้น

ชีวิตมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละครับ ผมเองเป็นทั้งนายจ้าง และลูกจ้างครับ เมื่อก่อนเจ้านายผมสอนว่า การจะเป็นลูกจ้างที่ดีนั้น ต้องคิดเสมือนว่าเราเป็นเจ้าของครับ
Posted by :v58
วัน/เวลา :5/1/2552 14:34:46
ok thank
Posted by :ฟ่าบ
วัน/เวลา :10/1/2552 11:54:40
จะเรียนไปทำไม ไปเรียนตัดขนดีกว่าได้เงินเยอะกว่าหมออีก เซ็ง เวลาทำงานก็มาก เฉลี่ยตกชม.ละไม่ถึง 100 บาท ทำงาน6วัน/สัปดาห์ เงินเดือน 10000กว่า ทุเรศ ขายขี้หน้า ใครถามเงินเดือนก็ไม่ไล้บอกอายเค้า เข้ายาก เรียนยาก เงินเดือนอุบาทว์ ครบสูตร
แถมเจอรุ่นพี่ใจแคบ กดเงินเดือน 10ปีที่แล้วก็สตาร์ท 10000กว่า 10ปีให้หลังก็10000กว่า
เพราะเป็นเช่นนี้เลยออกมาเปิดเองกันให้บานประทัย เปิกหน้าร้านชนกัน ฆ่ากันให้ตาย เป็นอย่างนี้อีกไม่นาน ก็คงจะต้องลดราคาค่าบริการแข่งกันแบบยี่ปั๊ว หมดคุณค่าความหมายของวิชาที่หมอร่ำเรียนมา ถ้าเรายังเห็นแก่ได้เล็กๆน้อย เอาเปรียบกดเงินน้องมัน เดี๋ยวมันก็เปิดกันเอง ได้เงินเยอะกว่า ประสบการณ์ก็ไม่มี มาตรฐานการรักษาตกต่ำ ถ้าใครที่อ่านความเห็นผมแล้วยังไม่สำเหนียกเข้าใจ จงรู้ไว้ว่าคุณคือคนหนึ่งที่ทำให้วงการสัตวแพทย์เสื่อมค่าลงไป
Posted by :หมอแก่ๆ
วัน/เวลา :28/1/2552 10:53:37
เห็นมีหลายคนก้บ่นให้ฟังว่า น้องจบบัญชีมาเงินเดือนเยอะกว่าสัตว์แพทย์อีก จริงๆเงินน้อยไม่ใช่ปัญหา แต่มันเจ็บใจที่เรียนมายากกว่า แล้วโดนเปรียบเทียบมากกว่า ถ้าน้อยแล้วทุกอาชีพไดน้อยเหมือนกันก็ ok นะ
Posted by :เซ๊งเป็ด
วัน/เวลา :30/1/2552 11:33:22
ในฐานะที่เป็นลูกจ้างผมว่าถ้าจะให้เงินเดือนน้อยชั่วโมงการทำงานก็ควรลดเหลือ8ชั่วโมงและมีวันหยุด-วันลาตามที่กฏหมายแรงงานระบุไว้ดีกว่า นอกเหนือจากนั้นเป็นค่าล่วงเวลา น่าจะดีเพราะทุกวันนี้สัตวแพทย์ทำงานเกินที่กฏหมายแรงงานระบุทั้งนั้น มีเจ้าของกิจการไม่กี่คนหรอกที่ไม่เอาเปรียบน้องๆ ที่เหลือคิดเอาเองแล้วกัน ส่วนสัตวแพทยสภาเองผมไม่แน่ใจว่ามีการร่างข้อบังคับการจ้างงานเหมือนในต่างประเทศหรือยัง ยังไงฝากแนวคิดนี้ให้กับสัตวแพทยสภาด้วยนะครับ ถึงพวกผมจะเป็นสัตวแพทย์แต่ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ค่าครองชีพ ค่าอบรมหรือสัมมนาก็ค่อนข้างสูง อยากให้นายจ้างเก็บเอาไปคิดด้วยนะครับ น้องๆรุ่นใหม่จะได้ไม่ไปเปิดเองกันหมดจนล้นเมืองเหมือนทุกวันนี้
Posted by :หมอหมดไฟ
วัน/เวลา :30/1/2552 20:43:20
อยากรู้จัง ว่าคนที่จบบัญชีที่อ้างกันจังนี่เงินเดือน
เท่าไหร่หรือครับ อ้อ ทำที่ไหนด้วยนะครับ

แล้วนักบัญชีหนึ่งคนที่ทำในสำนักงานบัญชี รับ
งบคนละกี่งบ

อ้อ นี่ขอเป็นรายละเอียดนะครับ เงินเดือนเริ่มที่
18,000 นั้น ทำกี่ ชม. ต่อสัปดาห์ครับ
Posted by :v58
วัน/เวลา :30/1/2552 21:23:51
ผมจบมา 10 ปี เงินเดือน + เงินพิเศษ = 40,000 บาท
เพื่อนผมจบบัญชี เงินเดือน = 200,000 บาท แต่อีกคนจบบัญชีมาเงินเดือน = 30,000 บาท

Posted by :อยู่ที่ความสามารถและจังหวะชีวิต
วัน/เวลา :31/1/2552 13:41:51
Page : 12
[ next>> ]  [ Last ]  
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรมปศุสัตว์
สัตวแพทยสภา

 
eXTReMe Tracker
 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
thaivet.org